LED และเครื่องปรับอากาศมีค่า SEER สูง

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ จะสำเร็จโดยง่าย เริ่มพร้อมกันได้ทุกคน

วันนี้เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพลังงานของประเทศได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปิด ปรับ ปลด และการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานสูง เช่น หลอดไฟ LED และเครื่องปรับอากาศ ฉลากเบอร์ 5 ที่ผ่านการทดสอบแบบ SEER เพื่อให้ทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างยั่งยืน

ปิด ไฟดวงที่ไม่จำเป็น
ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ
จาก 25 องศา เป็น 26 องศา จะช่วย
ประหยัดไฟได้ถึง 10%
ปลด ปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งที่ไม่ใช้งานจะช่วยลดการสูญเสียค่าไฟโดยไม่จำเป็น
เปลี่ยน มาใช้หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ และค่าไฟฟ้าต่อเดือนของคุณได้

ในสมัยโบราณมนุษย์รู้จักการเก็บรักษาและถนอมอาหารไม่ให้เน่าเสียเร็วด้วยการนำอาหารไปแช่น้ำแข็งหรือหมกหิมะไว้ตามธรรมชาติ วิธีการนี้ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบที่มีอากาศหนาวเย็น จนกระทั่งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2343 ได้มีการตัดน้ำแข็งที่เกิดตามธรรมชาติในฤดูหนาวในแม่น้ำลำคลองไปเก็บไว้ในห้องที่มีฉนวนกันความร้อนบุโดยรอบ เพื่อเอาไว้ใช้ในฤดูร้อน และมีการขนส่งน้ำแข็งก้อนโตๆ ที่ได้จากธรรมชาตินี้จากแถบที่มีอากาศหนาวไปใช้ในแถบที่อากาศร้อน เมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมานี้ชาวต่างประเทศที่มาอยู่ในประเทศไทยและประเทศในเอเชียยังต้องสั่งน้ำแข็งก้อนมาทางเรือจากประเทศอังกฤษหรือยุโรปเพื่อนำมาแช่เบียร์ดื่ม เพราะสมัยนั้นประเทศในเอเชียยังไม่รู้จักตู้เย็นหรือเครื่องทำความเย็น

น้ำแข็งได้ผลิตขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกในการทดลองเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2363 แต่เป็นเพียงการทดลองเท่านั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2377 จาคอบ เพอร์กินส์ (Jacob Perkins) วิศวกรชาวอเมริกันจึงได้ ประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นระบบคอมเพรสเซอร์อัดไอ (Compression System) ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกและต่อมาในปี พ.ศ. 2398 นักวิทยาศาตร์ชาว เยอรมันได้ประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นระบบแอบซอร์ปชัน (Absorption System) ขึ้นโดยอาศัยหลักทฤษฎีที่ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michale Faraday) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้ค้นพบไว้เมื่อปี พ.ศ. 2367

ตู้เย็นที่ใช้ในบ้านถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2453 และในปี พ.ศ. 2456 เจ.เอ็ม.ลาร์เซน (J.M. Lasan) ได้ผลิตเครื่องทำความเย็นควบคุมด้วยมือขึ้นเป็นครั้งแรก และในปี พ.ศ. 2461 บริษัทเคลวิเนเตอร์ (Kelvinator Company) ได้ผลิตตู้เย็นซึ่งควบคุมได้โดยอัตโนมัติขึ้นเป็นครั้งแรก และผลิตออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในปีนั้นสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 67 ตู้ แต่ในระยะต่อมายอดการผลิตลดต่ำลงและในปี พ.ศ. 2463 มีการจำหน่ายไปแล้วเพียง 200 ตู้เท่านั้น

ราวต้นปี พ.ศ. 2463 อุตสาหกรรมการผลิตตู้เย็นที่ใช้ในบ้านเริ่มมีความสำคัญขึ้น และเป็นที่นิยมแพร่หลายในอเมริกาและยุโรป ต่อมาปี พ.ศ. 2469 บริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) ได้เริ่มผลิตตู้เย็นออกมาจำหน่าย หลังจากที่ทำการค้นคว้าทดลองกันกว่าสิบปี จึงได้ผลิตตู้เย็นที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบเฮอร์เมติกขึ้นเป็นตู้แรก และ ในปี พ.ศ. 2470 บริษัทอิเล็กโทรลักซ์ (Electrolux) ได้ผลิตตู้เย็นระบบแอบซอร์ปชันควบคุมโดยอัตโนมัติขึ้นจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา