LED และเครื่องปรับอากาศมีค่า SEER สูง

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ จะสำเร็จโดยง่าย เริ่มพร้อมกันได้ทุกคน

วันนี้เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพลังงานของประเทศได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปิด ปรับ ปลด และการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานสูง เช่น หลอดไฟ LED และเครื่องปรับอากาศ ฉลากเบอร์ 5 ที่ผ่านการทดสอบแบบ SEER เพื่อให้ทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างยั่งยืน

ปิด ไฟดวงที่ไม่จำเป็น
ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ
จาก 25 องศา เป็น 26 องศา จะช่วย
ประหยัดไฟได้ถึง 10%
ปลด ปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งที่ไม่ใช้งานจะช่วยลดการสูญเสียค่าไฟโดยไม่จำเป็น
เปลี่ยน มาใช้หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ และค่าไฟฟ้าต่อเดือนของคุณได้

หลังจากย้อนอดีตโฆษณาเก่าๆ ของรวมพลังหาร 2 ไปแล้ว คราวนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาย้อนอดีตไปกับเจ้าหลอดไฟกันมั่งครับ เรามาดูกันก่อนเลยว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลอดไฟอะไรกันบ้าง

1. หลอดไส้ (Incandescent )
- หลอดไฟชนิดนี้ เราเริ่มรู้จักตั้งแต่ช่วงปี 1920-1940 หรือประมาณกว่า 90 ปี มาแล้ว คุณสมบัติคือเป็นหลอดไส้ที่ส่วนใหญ่ทำจากทังเสตน ให้ความร้อนสูง ตั้งแต่ 100 - 400 องศา ใช้พลังงานมาก แต่ให้ประสิทธิภาพ การส่องแสงต่ำเพียง 10-15 ลูเมน/วัตต์ ปัจจุบันบ้านเรายังใช้กันอยู่ แต่ในหลายประเทศได้ออกกฎหมายให้ยกเลิกการใช้ไปแล้ว เพราะเป็นหลอดไฟที่กินไฟมาก
 

2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent)
- หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า "หลอดนิออน" มีหลายขนาด ตั้งแต่ T10 พัฒนามาเป็น T8 และปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ T5 กันบ้างแล้ว คำว่า T10 คือขนาด 10 หุน T8 คือขนาด 8 หุน หรือ ขนาด 1 นิ้วพอดี T5 หรือ 5 หุน ประมาณ 1/2 นิ้วกว่าๆ หลอดฟลูออเรสเซนต์ได้เริ่มกันใช้ตั้งแต่ ปี 1940 จนถึงปัจจุบัน ประสิทธิภาพการให้แสงสว่างปานกลาง กินไฟปานกลาง แต่ติดตรงที่ต้องใช้บัลลาสต์ และบัลลาสต์ ใช้ไฟสูงถึง 10-12 วัตต์ หมายเหตุ 1 นิ้วมี 8 หุน
 

3. หลอดเมทัลฮาไลด์ หลอดแสงจันทร์ หลอดโซเดียม (Halogen)
- หลอดไฟประเภทนี้ นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากในโรงงานต้องการใช้แสงในปริมาณมาก และจำเป็นต้องติดตั้งโคมไฟ สูง 6 - 12 เมตร ได้มีการเริ่มต้นใช้หลอดไฟประเภทนี้ในช่วงปี 1980 จนถึงปัจจุบัน หลอดไฟประเภทนี้กินไฟมาก 400 - 500 วัตต์ ขึ้นไป โรงงานต้องใช้โคมไฟประเภทนี้ จำนวน100 - 200 โคม/โกดัง หรือประมาณ 50,000 -100,000 วัตต์/โกดัง ทำให้โรงงานต้องเสียค่าไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการติดตั้ง หรือเปลี่ยนหลอดไฟ ทำได้ลำบาก อุณหภูมิของหลอดร้อนมาก 100 - 400 องศา อายุการใช้งานเฉลี่ย 2-3 ปี
 

4. หลอดไฟแอลอีดี (LED)
- หลอดไฟ LED หลายคนอาจจะเพิ่งเริ่มรู้จักได้ไม่นาน แต่ความจริงแล้ว หลอด LED ได้มีการเริ่มต้นใช้กันในเชิงพาณิชย์ตั้งช่วงปี 1962 และพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงช่วงสำคัญคือ ในปี 1996 หลอดไฟ LED ก็ได้พัฒนามาถึงจุดที่สามารถนำมาใช้ทดแทนหลอดไฟประเภทอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์ หลอดไฟ LED มีจุดเด่นมากมาย หลายอย่าง คือ ใช้พลังงานต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่สูง เรื่มตั้งแต่ 40 - 150 ลูเมน/วัตต์ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟทุกประเภท คือ เฉลี่ยแล้ว มีอายุการใช้งาน 5 ปี ขึ้นไป ปัจจุบัน หลอดไฟ LED ได้ถูกจัดเป็น 1 ใน 5 เทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในโลก ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา และกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบไฟฟ้าทั้งระบบของโลกภายในไม่กี่ปีที่จะถึงนี้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก ledthai.net